ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แป้นทำขนมปลากริมของชาวกระทุ่มแบนเมื่อกว่า 60 ปีก่อน



แป้นทำขนมปลากริมของชาวกระทุ่มแบนเมื่อกว่า 60 ปีก่อน

คุณเสาวนีย์ วนสุนทรเมธี ชาวกระทุ่มแบนโดยกำเนิด ได้พบแป้นพิมพ์ขนมปลากริมโดยบังเอิญภายในบ้าน และจำได้ว่าคุณแม่เคยใช้สำหรับทำขนมปลากริมให้รับประทานตั้งแต่สมัยเยาว์วัย นอกจากนี้ยังนำไปใช้สำหรับทำขนมลอดช่องสิงคโปร์ด้วย

แป้นทำขนมนี้เป็นการทำใช้กันเองภายในครัวเรือน โดยน้าชายของคุณน้าของคุณเสาวนีย์เป็นผู้ทำขึ้นมาเอง จึงได้บันทึกภาพถ่ายและส่งมาให้แอดมิน เพื่อเผยแพร่เป็นความรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ได้เห็นกัน เนื่องจากปัจจุบันอุปกรณ์นี้ไม่ค่อยพบแบบไม้แล้ว แต่จะพบแบบโลหะหรือสแตนเลสเป็นส่วนใหญ่ นับได้ว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนวิถีการทำขนมไทยในสมัยอดีตได้อย่างดี

แอดมินได้ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อร่วมถ่ายทอดบอกเล่าแป้นทำขนมปลากริมนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยพบข้อมูลที่เรียบเรียงขึ้นในเว็บไซต์ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (เข้าถึงเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2563 https://bit.ly/3czZ6DJ) จึงขออนุญาคัดลอกนำมาให้อ่านประกอบกันดังนี้

แป้นทำขนมปลากริม เป็นแป้นทำจากไม้เนื้อแข็ง มีลักษณะเป็นแป้นไม้วงกลมหรือเป็นทรงเหลี่ยม เจาะรูกลมๆ ขนาดเล็กๆ ไว้ทั่วแป้นไม้ มีหูสองข้างไว้สำหรับจับและใช้สำหรับวางพาดบนหม้อหรือถัง

ขนมปลากริม เป็นอาหารหวานที่นิยมรับประทานคู่กับขนมไข่เต่า เครื่องปรุงประกอบด้วย น้ำกะทิ น้ำตาล แป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อมหรือแป้งมันสำปะหลัง วิธีทำแป้งแตกต่างกันไปในแต่ละถิ่นฐาน บางตำรับใช้วิธีต้มแป้งให้สุกก่อนแล้วจึงนำมานวดผสมกับแป้งเท้ายายม่อม หรือแป้งมันสำปะหลัง เมื่อนวดแป้งต้องเติมด้วยน้ำร้อนจนเนื้อแป้งเนียนดีแล้ว จึงนำมากดเป็นเส้น แต่ตำรับที่น่าจะได้รับความนิยมกันมากคือ การใช้แป้งข้าวเจ้ากับแป้งเท้ายายม่อมผสมน้ำลงไปตามอัตราส่วนที่เหมาะสมจนเป็นน้ำแป้ง แล้วจึงนำน้ำแป้งไปเคี่ยวหรือกวนในกระทะทองเหลือง คะเนว่าไม่เหลวเกินไป (คล้ายกับการกวนลอดช่องไทย) จากนั้นจึงนำแป้งที่ได้ไปกดหรืออัดผ่านแป้นทำขนมปลากริม เพื่อให้ตัวแป้งสุกตกลงไปในถังน้ำเย็นกลายเป็นตัวแป้งปลากริม ซึ่งเนื้อสัมผัสของตัวปลากริมจะมีลักษณะเหนียว นุ่ม เนียน
แป้นทำขนมปลากริมแบบกลม
ภาพจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)


ในปัจจุบันนี้ จะใช้เครื่องมืออัดขนมปลากริมด้วยสแตนเลสหรือสังกะสีอย่างหนา โดยทำเป็นกระป๋องชั้นนอกทรงกระบอกที่เจาะรูกลมๆ ไว้ด้านล่าง แล้วทำกระป๋องทึบอีกใบหนึ่งเป็นทรงกระบอกขนาดพอดีที่จะใส่ลงไปในกระป๋องชั้นนอกได้พอดี หากไม่ใช้แป้นทำขนมปลากริม ก็สามารถปั้นแป้งเองให้เป็นตัวแป้งยาวๆ ก็ได้ แล้วจึงละลายน้ำตาล น้ำกะทิและน้ำปูนใส แล้วนำมาตั้งไฟ เคี่ยวจนเดือด จากนั้นจึงนำแป้งที่ปั้นแล้วใส่ลงไป เคี่ยวไปจนแป้งสุกและน้ำกะทิแตกมัน รสชาติจะออกไปทางหวานมัน รับประทานกับขนมไข่เต่า ซึ่งมีรสชาติออกไปทางเค็มมัน คนสมัยโบราณเรียกขนมปลากริมไข่เต่านี้ว่า "ขนมแชงมา" แม่ค้ามักนำขนมปลากริมและขนมไข่เต่าใส่หม้อดินและหาบไปขายในที่ต่างๆ ในบางท้องที่ เช่น จังหวัดเพชรบุรี นิยมใส่หอมแดงลงไปในขนมปลากริมด้วย

หากชาวกระทุ่มแบนท่านใดมีอุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ในวันวานเก็บอยู่ที่บ้าน และต้องการถ่ายภาพนำมาเผยแพร่เป็นความรู้ให้กับเด็กๆ รุ่นใหม่ สามารถส่งภาพเข้ามาได้ทางอินบ็อกซ์ทางเพจกระทุ่มแบนโฟโต้ได้เลยนะครับ

ขอขอบคุณ  คุณเสาวนีย์ วนสุนทรเมธี ที่เอื้อเพิ้อการถ่ายภาพอุปกรณ์มาให้ได้ชมกันครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชื่อ "กระทุ่มแบน" มาจากไหน

"บ้านน้องอยู่ที่ไหนนะ?" "กระทุ่มแบนครับ" "แล้ว กระทุ่มแบน เนี่ย ทำไมมันถึงชื่อนี้?" "อืม..ไม่แน่ใจ...ไม่ทราบเลยครับ" เชื่อได้ว่าคนกระทุ่มแบนหลายคนคงจะคุ้นเคยกับบทสนทนาประมาณข้างต้น ที่ตอบได้เพียงคำถามแรก แต่เมื่อถึงคำถามที่สอง เซลล์สมองอาจต้องวิ่งทำงานเหนื่อยกันเลยทีเดียว สุดท้ายบางคนตอบได้ บางคนเดาไป บางคนถามกลับว่า "อยากจะรู้ไปทำไม" สำหรับผมแล้ว... "กระทุ่มแบน...ทำไมมันถึงชื่อนี้" มันเป็นคำถามที่ค้างคาใจมาหลายปี จนกระทั่งวันที่พอจะมีกำลังและเวลา รวมถึงความพร้อมประกอบอื่นๆ ทำให้ได้ออกค้นหาคำตอบเสียที ภาพแผนที่ตัดเฉพาะส่วนจากกรมแผนที่ทหารบกสำรวจเมื่อ พ.ศ. 2456 ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

เปิดตำนาน "ร้านถ่ายรูปแห่งแรกของกระทุ่มแบน"

หากค้นรูปถ่ายติดบัตรขาวดำเก่าๆ ยุค 2500 ที่บ้านของคนกระทุ่มแบนขึ้นมาดู ผมเชื่อว่ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของรูปถ่ายเหล่านั้น บนมุมซ้ายหรือขวาด้านล่างของรู ปจะต้องมีตราประทับแบบนูนของร้ านถ่ายรูปแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านที่นิยมและได้รั บความไว้วางใจจากชาวกระทุ่ มแบนมาอย่างยาวนาน นั่นคือ "ห้องภาพชูศิลป์ : ร้านถ่ายรูปแห่งแรกของกระทุ่ มแบน" หลังจากหาเวลานัดหมายกับห้องภาพชูศิลป์ ให้จังหวะลงตัวกับวันที่ ผมพอจะว่างจากทั้ งงานประจำและงานพิเศษในวันหยุ ดเสาร์-อาทิตย์เรียบร้อย ผมจึงได้มีโอกาสฟังเรื่องราวดีๆ จากทายาทผู้ก่อตั้ง "ห้องภาพชูศิลป์" ในวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2562 คุณพวงเพ็ญ โภคฐิติยุกต์ หรือ "ป้าเช็ง" ลูกสาวคนโตของเจ้าของห้องภาพชูศิลป์ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2492 ได้บอกเล่าให้ผมได้ฟังด้วยรอยยิ้ มอารมณ์ดีถึงประวัติห้องภาพชูศิลป์ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในรุ่นของคุ ณพ่อและคุณแม่  คุณพ่อมีลูก 5 คน คือ คุณป้าเป็นคนโต มีน้องชาย 3 คน และน้องสาวคนเล็กอีกคน   คุณพวงเพ็ญ โภคฐิติยุกต์ หรือ "ป้าเช็ง" จุดเริ่มต้นของอาชีพถ่ายภาพ คุณแม่ป้าเช็งชื่อ ...

กว่า ๙๐ ปี "ร้านกิมกี่" และเรื่องเล่าจากเจ้าของร้าน

ตลาดกระทุ่มแบนเป็นอีกหนึ่งชุมชนอันเป็นศูนย์กลางด้านการค้าที่สำคัญมาหลายร้อยปีในอำเภอกระทุ่มแบน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ้านเรือนที่ตั้งอยู่ตามแนวคลองภาษีเจริญในบริเวณตลาด ใกล้กับจุดที่คลองกระทุ่มแบนตัดผ่านกับคลองภาษีเจริญ หรือคนเก่าๆ ในพื้นที่เรียกกันว่า “ตลาดสี่แยก” หรือ “ตลาดสี่กั๊ก” อันเป็นตลาดน้ำที่คนรุ่นเกิดก่อนปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้บอกเล่ากันเป็นเสียงเดียวว่ามีความคึกคัก มีเรือแน่นเป็นร้อยลำทั้งเรือพ่อค้าแม่ค้า และเรือชาวบ้านที่มาจับจ่ายซื้อของในยามเช้า เรือนไม้ริมคลองบริเวณถนนเจริญสวัสดิ์นับตั้งแต่สามแยกโรงพิมพ์วิไลพาณิชย์ยาวเรื่อยไปจนถึงศาลหลวงตาทองก็จะเป็นห้องแถวไม้เก่าที่เป็นแถวแนวยาว บางส่วนมีการก่อสร้างขึ้นในยุค ๒๔๙๐ แต่บางส่วนก็มีการก่อสร้างมาก่อนหน้านั้น มีห้องแถวอยู่ช่วงหนึ่งฝั่งตลาดบริเวณเชิงสะพานแป๊ะกง หรือที่หลายคนเรียกกันอีกชื่อว่า “ตลาดบุญมี” ที่ยังคงสภาพความเป็นเรือนไม้เก่าที่ขนาบข้างด้วยอาคารคอนกรีตที่ปลุกขึ้นมาทดแทน ทำให้ผมได้มีโอกาสได้พอเห็นสภาพเดิมของห้องแถวรุ่นแรกๆ ของตลาดกระทุ่มแบนอยู่บ้าง แต่จะมีอยู่ร้านหนึ่งที่มีป้ายระบุอายุร้านชั...