ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

"คนผัดหมี่" คือใครในพระราชนิพนธ์เสด็จประพาสต้น (ร.ศ. 123) ช่วงผ่านกระทุ่มแบน

          หลังจากที่เคยตั้งคำถามกับตัวเองและผู้ที่สนใจไว้เมื่อราว 2 ปีก่อน ตามลิงก์นี้แล้วนั้น https://www.kratoom.net/2019/06/blog-post.html

          หนึ่งในคำถามก็มีจากวรรคนี้ในพระราชนิพนธ์

"....ดูนายอัษฎาวุธท่าจะออกหิว จึงชวนกันขึ้นบกเดินไปเที่ยวซื้อข้าวแกงกินที่ตลาดบ้านกระทุ่มแบน ไปเจอคนผัดหมี่ดี คุยว่ารู้จักคุ้นเคยกับเจ้าคุณเทศผ่านมาเป็นต้องแวะกินหมี่เสมอ...."

         "คนผัดหมี่" คือใครกัน

          ผมตามไถ่ถามคนเก่าแก่ในพื้นที่หลายครั้งหลายหน แต่ไม่มีใครทราบ ไม่มีใครได้รับการเล่าต่อจากบรรพบุรุษมาเลย จนคิดว่าไม่น่าจะได้คำตอบแล้ว

          เมื่อสองวันก่อนรู้สึกหวิวกับข่าวการเสียชีวิตของน้าค่อม และผู้ติดเชิ้อโควิด 19 จึงเดินไปสุ่มๆ หาหนังสือบนชั้นกระทุ่มแบนที่สะสมไว้มาพลิกอ่านเล่น จนมาพบหนังสืออนุสรณ์ "ขุนพิสิฐนนทเดช" ซึ่งได้มาหลายเดือนแล้วแต่ยังไม่ได้อ่านละเอียด พออ่านไปสักพักก็พบกับคำตอบ ที่น่าจะเชื่อได้ว่าคนผัดหมี่คือใคร

ขุนพิสิฐนนทเดช เมื่อครั้งเป็นนายหมู่ตรีเสือป่าพรานหลวง ร.อ. อายุ 20 ปี

ขุนพิสิฐนนทเดช เมื่อครั้งเป็นนายหมู่ตรีเสือป่าพรานหลวง ร.อ. อายุ 20 ปี 



"ขุนพิสิฐนนทเดช" (บุญมี มกรเสน)

          ในบันทึกความจำชีวประวัติของขุนพิสิฐนนทเดช ซึ่งเกิดที่กระทุ่มแบน ได้บันทึกไว้พอจะสรุปความเรื่องนี้ได้ว่า"สมัยขุนพิสิฐนนทเดช อายุ 7 ขวบ ได้ทันเหตุการณ์ รัชการที่ 5 เสด็จประพาสต้น ช่วงที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มาจอดเรือคอยที่กระทุ่มแบน และปลอมองค์ขึ้นไปตลาดกระทุ่มแบน เผอิญเจอคนรู้จักเข้าจึงความแตกเสด็จกลับลงเรือ บิดาของขุนพิสิฐฯ ทราบเข้าก็ก็ผัดหมี่กรอบ พร้อมพาตัวขุนพิสิฐฯ ไปถวายตัวต่อองค์รัชทายาท (ผมเข้าใจว่าคือนายอัษฎาวุธในพระราชนิพนธ์ ซึ่งคือ สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา)



อ่านแบบออนไลน์ได้ที่
http://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:949

          ผมจึงได้ข้อสรุปที่น่าเชื่อได้ว่า คนผัดหมี่ ในพระราชนิพนธ์เสด็จประพาสต้น ร.ศ. 123 นั้น ก็คือ  บิดาของขุนพิสิฐนนทเดช ชื่อ "นายปั้น มกรเสน" หรือบางคนอาจจะรู้จักในาม "ขุนพัฒน์ปั้น" เพราะเคยเป็นนายอากรบ่อนเบี้ย หรือ "โต้โผปั้น" เพราะเคยเป็นผู้โต้โผละครโรงใหญ่หรือผู้จัดการละคร

          ส่วนเรื่องสถานที่อื่นๆ ที่เคยตั้งคำถามเอาไว้ ก็ต้องช่วยกันตามหาคำตอบกันต่อไปครับ


เขียนเมื่อ 2 พ.ค. 2564

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชื่อ "กระทุ่มแบน" มาจากไหน

"บ้านน้องอยู่ที่ไหนนะ?" "กระทุ่มแบนครับ" "แล้ว กระทุ่มแบน เนี่ย ทำไมมันถึงชื่อนี้?" "อืม..ไม่แน่ใจ...ไม่ทราบเลยครับ" เชื่อได้ว่าคนกระทุ่มแบนหลายคนคงจะคุ้นเคยกับบทสนทนาประมาณข้างต้น ที่ตอบได้เพียงคำถามแรก แต่เมื่อถึงคำถามที่สอง เซลล์สมองอาจต้องวิ่งทำงานเหนื่อยกันเลยทีเดียว สุดท้ายบางคนตอบได้ บางคนเดาไป บางคนถามกลับว่า "อยากจะรู้ไปทำไม" สำหรับผมแล้ว... "กระทุ่มแบน...ทำไมมันถึงชื่อนี้" มันเป็นคำถามที่ค้างคาใจมาหลายปี จนกระทั่งวันที่พอจะมีกำลังและเวลา รวมถึงความพร้อมประกอบอื่นๆ ทำให้ได้ออกค้นหาคำตอบเสียที ภาพแผนที่ตัดเฉพาะส่วนจากกรมแผนที่ทหารบกสำรวจเมื่อ พ.ศ. 2456 ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

เปิดตำนาน "ร้านถ่ายรูปแห่งแรกของกระทุ่มแบน"

หากค้นรูปถ่ายติดบัตรขาวดำเก่าๆ ยุค 2500 ที่บ้านของคนกระทุ่มแบนขึ้นมาดู ผมเชื่อว่ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของรูปถ่ายเหล่านั้น บนมุมซ้ายหรือขวาด้านล่างของรู ปจะต้องมีตราประทับแบบนูนของร้ านถ่ายรูปแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านที่นิยมและได้รั บความไว้วางใจจากชาวกระทุ่ มแบนมาอย่างยาวนาน นั่นคือ "ห้องภาพชูศิลป์ : ร้านถ่ายรูปแห่งแรกของกระทุ่ มแบน" หลังจากหาเวลานัดหมายกับห้องภาพชูศิลป์ ให้จังหวะลงตัวกับวันที่ ผมพอจะว่างจากทั้ งงานประจำและงานพิเศษในวันหยุ ดเสาร์-อาทิตย์เรียบร้อย ผมจึงได้มีโอกาสฟังเรื่องราวดีๆ จากทายาทผู้ก่อตั้ง "ห้องภาพชูศิลป์" ในวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2562 คุณพวงเพ็ญ โภคฐิติยุกต์ หรือ "ป้าเช็ง" ลูกสาวคนโตของเจ้าของห้องภาพชูศิลป์ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2492 ได้บอกเล่าให้ผมได้ฟังด้วยรอยยิ้ มอารมณ์ดีถึงประวัติห้องภาพชูศิลป์ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในรุ่นของคุ ณพ่อและคุณแม่  คุณพ่อมีลูก 5 คน คือ คุณป้าเป็นคนโต มีน้องชาย 3 คน และน้องสาวคนเล็กอีกคน   คุณพวงเพ็ญ โภคฐิติยุกต์ หรือ "ป้าเช็ง" จุดเริ่มต้นของอาชีพถ่ายภาพ คุณแม่ป้าเช็งชื่อ ...

กว่า ๙๐ ปี "ร้านกิมกี่" และเรื่องเล่าจากเจ้าของร้าน

ตลาดกระทุ่มแบนเป็นอีกหนึ่งชุมชนอันเป็นศูนย์กลางด้านการค้าที่สำคัญมาหลายร้อยปีในอำเภอกระทุ่มแบน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ้านเรือนที่ตั้งอยู่ตามแนวคลองภาษีเจริญในบริเวณตลาด ใกล้กับจุดที่คลองกระทุ่มแบนตัดผ่านกับคลองภาษีเจริญ หรือคนเก่าๆ ในพื้นที่เรียกกันว่า “ตลาดสี่แยก” หรือ “ตลาดสี่กั๊ก” อันเป็นตลาดน้ำที่คนรุ่นเกิดก่อนปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้บอกเล่ากันเป็นเสียงเดียวว่ามีความคึกคัก มีเรือแน่นเป็นร้อยลำทั้งเรือพ่อค้าแม่ค้า และเรือชาวบ้านที่มาจับจ่ายซื้อของในยามเช้า เรือนไม้ริมคลองบริเวณถนนเจริญสวัสดิ์นับตั้งแต่สามแยกโรงพิมพ์วิไลพาณิชย์ยาวเรื่อยไปจนถึงศาลหลวงตาทองก็จะเป็นห้องแถวไม้เก่าที่เป็นแถวแนวยาว บางส่วนมีการก่อสร้างขึ้นในยุค ๒๔๙๐ แต่บางส่วนก็มีการก่อสร้างมาก่อนหน้านั้น มีห้องแถวอยู่ช่วงหนึ่งฝั่งตลาดบริเวณเชิงสะพานแป๊ะกง หรือที่หลายคนเรียกกันอีกชื่อว่า “ตลาดบุญมี” ที่ยังคงสภาพความเป็นเรือนไม้เก่าที่ขนาบข้างด้วยอาคารคอนกรีตที่ปลุกขึ้นมาทดแทน ทำให้ผมได้มีโอกาสได้พอเห็นสภาพเดิมของห้องแถวรุ่นแรกๆ ของตลาดกระทุ่มแบนอยู่บ้าง แต่จะมีอยู่ร้านหนึ่งที่มีป้ายระบุอายุร้านชั...